SEARCH

“บล.กสิกรไทย”เฟ้นหุ้นเด่นหลังมองส่งครามรัสเซียยูเครนใกล้ถึงจุดจบ

เฟดส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ
หุ้นฟิวเจอร์สร่วงลงหลังหุ้นร่วงลงในสัปดาห์ก่อน
เปิดโผ 10 หุ้นต่างชาติซื้อมากที่สุด TRUE ครองแชมป์หลังใกล้ปิดดีบควบรวม DTAC

บล.กสิกรไทย ระบุว่า สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แม้จะยังมีการปะทะกัน แต่อีกฝั่งนึงการเจรจาเพื่อยุติและบรรลุสันติภาพยังมีอยู่ ปัจจุบันคือ รอบที่ 4 เป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ขณะที่ล่าสุดประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้หารือเรื่องนี้กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน

ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการปะทะกันระหว่างรัสเซียกับยูเครนมีโอกาสใกล้ถึงจุดสูงสุดในการปะทะกัน (Indicator ที่ใช้ประกอบ คือค่าเงินรูเบิล/ดอลลาร์ทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าตลาดมองสงครามรัสเซียยูเครนทิศทางคลี่คลาย)

แต่อย่างไรก็ตามระยะกลางถึงยาว เชื่อว่านานาประเทศจะยังคงมาตรการคว่ำบาตร หรือ Sanction ต่อรัสเซียต่อไป คล้ายๆ กับ Trade war สหรัฐกับจีน หรือ อิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร

โดยรวมภาวะสงครามที่ยืดเยื้อจะกระทบเศรษฐกิจโลกในปี 2565 เป็นต้นไปอาจชะลอตัว หรือ เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ซึ่งหมายความว่า GDP ต้องติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน

ฝ่ายวิจัยประเมินว่าเศรษฐกิจโลกและสหรัฐมีโอกาสเกิด Recession น้อย โดยให้น้ำหนักไปที่ยุโรปมากกว่าที่ GDP มีโอกาสหดตัว QoQ ในงวด 2Q-3Q/65 เนื่องจากเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามมากกว่าประเทศอื่นๆ เพราะมีการค้าและนำเข้าพลังงานจากรัสเซียในอัตราที่สูง

ภาวะที่ปัจจัยภายนอกมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และตลาดเริ่มกังวลภาวะ Recession ซึ่งสะท้อนผ่าน Treasury Yield Spread ที่ปรับตัวลดลง

คำแนะนำให้ติดตาม หากแนวโน้มยังเป็นขาลงต่อเนื่อง ยิ่งเข้าใกล้ 0 แนะนำทยอยลดน้ำหนักหุ้นในพอร์ต แต่อีกฝั่งนึงเมื่อโอกาสเกิด recession มากขึ้น จะทำให้ Fund Flow ไหลเข้าไปใน 1.) สกุลเงินดอลลาร์ หนุนเงินบาทอ่อนค่าบวกต่อหุ้นส่งออก แนะนำหุ้นส่งออก ASIAN, TU

2.) พันธบัตรเงินจะไหลเข้า จะทำให้ Bond Yields ปรับลง และหุ้นกลุ่ม Tech จะเป็นที่พักเงิน (ทั้งฝั่งสหรัฐและฮ่องกง)

ผลต่อตลาดหุ้นไทยประเมินระยะถัดไป SET Index มีโอกาส Underperform แต่หุ้นกลุ่ม Growth มีโอกาส Outperform โดยคำแนะนำลงทุน Trading ในช่วงนี้ คือ 1.) กลุ่ม Tech Consult อาทิ BBIK, BE8 2.) กลุ่มโรงไฟฟ้า GULF, SSP

ส่วนคำแนะนำสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อและถือ (BUY&HOLD) คือ กลุ่มการเงิน (THANI, TIDLOR, AEONTS, BAM) และกลุ่มเครื่องดื่ม (OSP) ส่วนกลุ่มที่แนะนำชะลอการลงทุน คือ กลุ่มธนาคาร, กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, กลุ่มปิโตรเคมี ประเมินกรอบ SET สัปดาห์หน้า (21-25 มี.ค.) ที่ 1,685-1,690 จุด

แหล่งข่าว“บล.กสิกรไทย”เฟ้นหุ้นเด่นหลังมองส่งครามรัสเซียยูเครนใกล้ถึงจุดจบ, bangkokbiznews, 20 มี.ค. 2565

COMMENTS

WORDPRESS: 0
DISQUS: 1