SEARCH

ลงทุนในหุ้น Deep Value

ดอลลาร์อ่อนค่าก่อนรายงานเงินเฟ้อจากความกังวลต่อเพดานหนี้
ธนาคารกลางจีนดึงธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) เพิ่มช่วงการโอนเงินระหว่างประเทศ
ทองคำดีดตัวขึ้นอีกครั้งหลังดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง

ในที่สุดแล้วก็มักจะมีสไตล์เฉพาะที่จะถือหุ้นบางแบบมากเป็นพิเศษ เช่น หุ้นซุปเปอร์สต็อก หุ้นแนวเติบโตเร็ว หุ้นตัวเล็กหรือ หุ้นปันผล เป็นต้น ส่วนตัวผมเองนั้น มาถึงวันนี้ ผมคิดว่าตนเองเน้นอยู่ 2 แบบ นั่นก็คือ หุ้นซุปเปอร์สต็อก และหุ้น

“Deep Value” หรือหุ้นที่ “ถูกมาก” โดยที่หุ้นซุปเปอร์สต็อกนั้น เป็นหุ้นกลุ่มแรกๆ ที่ผมถือย้อนหลังไปเกือบ 20 ปีแล้วในช่วงที่เศรษฐกิจไทยโตเร็วมากและมีธุรกิจ “สมัยใหม่” จำนวนมากเกิดขึ้นมาแทนธุรกิจแบบดั้งเดิม และบริษัทหลายๆ แห่งเติบโตขึ้นมากกลายเป็น “ซุปเปอร์สต็อก” อย่างไรก็ตาม ย้อนหลังไปประมาณน่าจะเกือบ 10 ปี แล้ว ประเทศไทยเริ่มโตช้าลงมาก หุ้นซุปเปอร์สต็อกใหม่ ๆ แทบไม่มี การลงทุนของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นการซื้อหุ้นที่เรียกว่า “Deep Value Stock” หรือ “D-VI”

หุ้นที่จะเรียกว่าเป็น Deep Value นั้น จะต้องเป็นหุ้นที่ “ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานของบริษัทมากซึ่งจะทำให้หุ้นมี Margin Of Safety หรือส่วนเผื่อความปลอดภัยสูงมาก ซื้อแล้วโอกาสขาดทุนถ้าถือไปหลายปีจะมีน้อยมาก” ซึ่งนี่ถ้าฟังดูผิวเผินก็อาจจะรู้สึกว่ามันก็เหมือนหุ้น VI ทั่วไปใครจะไม่อยากซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานมาก ๆ ?

ประเด็นก็คือ จริงๆ แล้ว VI ส่วนใหญ่นั้นน่าจะไม่ได้ชอบ D-VI แม้ว่าราคาหุ้นจะต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานมากกว่าหุ้น VI แบบอื่นรวมถึงแบบซุปเปอร์สต็อก เหตุผลก็คือ D-VI มักจะเป็นหุ้นที่โตช้าหรือไม่โตเลย ซื้อไปแล้วถ้าไม่มีคนสนใจมาเล่นหรือมาซื้อต่อ ราคาหุ้นก็ไม่ไปไหน บางทีกลับลดลง ที่จะได้จริงๆ ก็อาจจะแค่ปันผลเป็นหลัก ซึ่งอาจจะไม่คุ้ม นอกจากนั้น โอกาสที่จะได้ “แจ็คพ็อต” คืออยู่ๆ หุ้นก็มีคนมาเล่นหรือมาปั่นแบบหุ้นเก็งกำไรก็แทบไม่มี พูดง่ายๆ มันเป็นหุ้นที่ “น่าเบื่อมาก”

ประเด็นสำคัญมากอีกข้อหนึ่งก็คือ การกำหนดว่าหุ้นตัวไหนเป็น Deep Value นั้น ขึ้นอยู่กับ “การประเมินมูลค่าที่แท้จริง” ซึ่งเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ยากมาก และนักวิเคราะห์แต่ละคนก็อาจจะประเมินได้แตกต่างกันมาก บางครั้ง “สุดกู่” โดยเฉพาะหุ้นที่โตเร็วมากนั้น มูลค่าที่ประเมินได้สำหรับนักวิเคราะห์หรือ VI แต่ละคนอาจจะต่างกันได้เป็นหลายเท่า ดังนั้น การบอกว่าหุ้นตัวไหนเป็น Deep Value จึงอาจจะมีความแตกต่างกันมาก นอกจากนั้น ราคาจะต้องต่ำกว่ามูลค่ากี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเรียกว่า D-VI?

แหล่งข่าว ลงทุนในหุ้น Deep Value, bangkokbiznews, 22 ส.ค. 2565

COMMENTS

WORDPRESS: 0
DISQUS: 0