SEARCH

หุ้น CPALL-CPF เผชิญแรงขายหนัก หลัง GDP โตต่ำคาด นักลงทุนขายลดเสี่ยง

ธนาคารกลางสวิสประกาศขึ้นดอกเบี้ยแซงหน้า BOJ
พาณิชย์คาดปี 65 ส่งออกโต 3-4% สร้างรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 9 ล้านล้าน
Bitcoin และ Ether บรรลุเป้าหมายสองในสามของตลาดหมี

หลังจากตัวเลข GDP ไตรมาส 4/65 ประกาศออกมาขยายตัวที่ 1.4% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าตลาดคาดไว้ที่ 3.5% เมื่อเวลา 15.09 น. หุ้น บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF ราคาอยู่ที่ระดับ 22.60 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ -1.31% ขณะที่ บมจ.ซีพี ออลล์ หรือ CPALL ราคาอยู่ที่ระดับ 64.50 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ -2.64% ซึ่งนักลงทุนเทขายอย่างหนักตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สำหรับ CPALL เกิดจากความผิดหวังของนักลงทุนที่มีการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 4/66 ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อการบริโภค รวมถึงภาครัฐไม่ได้มีการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในไตรมาส 2/66 มีแค่ ไตรมาส 1/66 เท่านั้นที่มีโครงการชอปดีมีคืน

อย่างไรก็ตาม ยังมองเป็นผลกระทบระยะสั้น เพราะราคาหุ้นไต่ระดับมาค่อนข้างมากจากก่อนหน้านี้ ที่ปรับขึ้นมาบริเวณ 50 กว่าบาท ขึ้นไปถึง 70 กว่าบาท

โดยนักวิเคราะห์คาดว่า งบ CPALL น่าจะออกมาดี กำไรจะโตทั้งไตรมาส 4/65 และทั้งปี 2565 ที่ 3,873 ล้านบาท ขณะที่ CPF คาดว่าจะกำไรจะเติบโตได้ 4,472 ล้านบาท พลิกขึ้นมาจากการขาดทุนจากปีก่อนหน้า 4,000 กว่าล้านบาท พลิกกลับมาเป็นกำไร ขณะที่ช่วงไตรมาส 3/65 มีการชะลอตัวลงอยู่ที่ 5,135 ล้านบาท

ส่วนกำไรปีนี้ คาดว่าน่าจะมีการเติบโตได้ เนื่องจากธุรกิจฟาร์มสัตว์บกในไทย ยังคงได้รับผลบวกปริมาณการเลี้ยงหมูอยู่ในระดับต่ำ จากการเกิดโรคระบาด ASF กว่าที่จะเห็นซัพพลายฟื้นคืนกลับมาอาจจะเป็นช่วงประมาณไตรมาส 4/66 ของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่แนะนำให้ซื้อในช่วงนี้ เนื่องจากอัพไซด์เหลือไม่เยอะไม่ถึง 10% ต้องรอให้ราคาอ่อนตัวลงมาก่อนและถึงค่อยเข้าซื้อได้

แหล่งข่าว หุ้น CPALL-CPF เผชิญแรงขายหนัก หลัง GDP โตต่ำคาด นักลงทุนขายลดเสี่ยง, bangkokbiznews, 20 ก.พ. 2566

COMMENTS

WORDPRESS: 0
DISQUS: 0