SEARCH

โบรกเกอร์เชื่อ ‘หุ้นไทย’ ยังมีอัพไซด์ หลังตลาดแพนิค ศึกรัสเซีย – ยูเครน

การแรลลี่รอบสุดท้ายของยูโร
น้ำมันใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนหลังความกังวลต่อ Omicron เริ่มคลี่คลาย
คลังเผยยอดใช้จ่ายคนละครึ่งเฟส 4 พุ่ง 5 พันล้าน

สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ได้จัดLIVE SET-IAA Hot issue หัวข้อ“รัสเซีย-ยูเครน ส่อประทุ ผู้ลงทุนควรตั้งรับอย่างไร”วานนี้ (25 ก.พ.2565)

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงวานนี้ (24 ก.พ.65) สาเหตุจากนักลงทุนวิตกกังวลรัสเซียเข้าโจมตียูเครน ส่งผลกระทบเชิงลบกดดันตลาดหุ้นไทย โดยมองว่าเป็นการปรับฐานในช่วงสั้น

ทั้งนี้จากประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย และยูเครน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และตลาดหุ้นไทยค่อนข้างจำกัดในเชิงเปรียบเทียบหากสถานการณ์ไม่ลุกลามขยายวงสู่สงครามโลก ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าโอกาสเกิดสงครามโลกก็น้อยมาก

นอกจากนี้คาดเม็ดเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้ามาในภูมิภาค และไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity)ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหุ้นกลุ่มคอมมูนิตี้ และหุ้นเศรษฐกิจเก่า มีน้ำหนักค่อนข้างมากในโครงสร้าง ดังนั้น ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยก็ไม่ได้น่ากลัวมาก

นายเทิดศักดิ์ กล่าวว่า ระยะสั้นยังคงมีปัจจัยเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 และความตึงเครียดระหว่างยูเครนและรัสเซียกดดันอยู่ ทำให้ดัชนีมีดาวน์ไซด์ที่ 1,675 จุด แต่หากยืนไม่อยู่จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,650 จุด และ 1,630 จุด แต่ยังคงมุมมองอัพไซด์ กรณีฐานไว้ที่ 1,810 จุด และหากสถานการณ์คลี่คลายในทิศทางดีขึ้น กรณีดีที่สุดดัชนีไปถึง 1,860 จุด

แนะว่า เมื่อดัชนีปรับตัวลงเป็นจังหวะเหมาะสมเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีและมีโอกาสเติบโต เช่น กลุ่มแบงก์ ,ค้าปลีก,วัสดุก่อสร้าง และหุ้นเปิดเมือง

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย และยูเครนอยู่แค่เฟส 1 ยังไม่น่ากังวลมากนัก แต่หากเข้าสู่เฟส 2 คือ สามารถยึดพื้นที่ในดอนบาสของยูเครนได้ทั้งหมด และมีการคว่ำบาตร 3 แบงก์หลักของรัสเซีย รวมถึงท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 ด้วย หาก 3 ปัจจัยดังกล่าวเกิดขึ้นจะเป็นการยกระดับให้สถานการณ์ต่างๆ ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น ยังต้องติดตามต่อไป

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทย มองว่า กรณีแรก ตราบใดที่ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังไม่มีพัฒนาการไปถึง เฟส 2 ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก และ16 มี.ค.นี้ เฟดยังคงขึ้นดอกเบี้ย 0.5% คาดดัชนีตลาดหุ้นไทย เคลื่อนไหวแนวรับที่ 1,650-1,675 จุด และกรณีที่สอง ถ้าเฟดกลับลำ ขึ้นดอกเบี้ยแค่ 0.25% ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นทะลุ 1,700 ทันที

กรณีที่สาม หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.5% พร้อมส่งสัญญาณลดสภาพคล่องทันที รวมถึงยังคงมีความไม่สงบระหว่างประเทศ มีโอกาสมากที่ดัชนีจะหลุด 1,600 จุด และหากความตึงเครียดรัสเซีย และยูเครนยกระดับไปถึงเฟส 2 ความกังวลจะกลับอีกครั้งหนึ่ง

แหล่งข่าว โบรกเกอร์เชื่อ ‘หุ้นไทย’ ยังมีอัพไซด์ หลังตลาดแพนิค ศึกรัสเซีย – ยูเครน, bangkokbiznews, 25 ก.พ. 2565

COMMENTS

WORDPRESS: 0
DISQUS: 0