SEARCH

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2021เติบโตดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1984

ดีเดย์ค่าเหยียบแผ่นดิน 1 เม.ย.65 ท่องเที่ยวฯคาดปีแรกสะพัด 1.5 พันล้าน
Bitcoin เผชิญแรงกดดันจากตลาดตราสารทุน
ตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง

หลังจากที่รัฐบาลสูบฉีดเงินหลายล้านล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2021 เติบโตแข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 4 ทศวรรษและยังแนวโน้มว่าจะเติบโตต่อเนื่อง แม้การแพร่ระบาดและปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ตึงเครียดยังคงอยู่

ด้านเจอโรมพาวเวลล์ ประธานเฟดกล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันพุธหลังจากการประชุมนโยบายว่า “เศรษฐกิจไม่ต้องการการสนับสนุนนโยบายการเงินในระดับสูงอีกต่อไป” และ “อีกไม่นานจะถึงเวลาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย”

Sal Guatieri นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก BMO Capital Markets กล่าวว่า “ท่ามกลางการแพร่ระบาดที่เริ่มลดลงในไตรมาสแรก กิจกรรมทางเศรษฐกิจคาดว่าจะดีดตัวขึ้นอย่างดีหากปัญหานั้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทานคลี่คลายลง ทั้งนี้เฟดจะต้องตอบรับอย่างนุ่มนวลและว่องไวเพราะปัญหาขาดแคลนแรงงานและอัตราเงินเฟ้อที่สูงยังคงอยู่”

GDP สหรัฐเติบโตถึง 5.7% ในปี 2021 สูงสุดนับตั้งแต่ปี 1984 หลังจากที่หดตัว 3.4% ในปี 2020 เลวร้ายที่สุดในรอบ 74 ปี และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจจีน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนดูเหมือนจะได้รับเครดิตต่อตัวเลขดังกล่าว ภายหลังที่คะแนนนิยมของเขาลดลง “ฉันขอให้รัฐสภาช่วยรักษาแนวโน้มนี้ต่อไปโดยผ่านการออกกฎหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานของเรา เสริมสร้างการผลิตและนวัตกรรมของเรา ลงทุนในภาคครอบเรือน และพลังงานสะอาด ตลอดจนลดภาระค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือน” ไบเดนกล่าวในแถลงการณ์

ขณะที่ นักเศรษฐศาสตร์บางรายแสดงความกังวลว่า การเติบโตดังกล่าวนั้นอาจไม่ยั่งยืนและเศรษฐกิจจะชะลอตัวในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีการวางแผนรักษาระดับสินค้าคงคลัง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ลดลง โดยเฉพาะการที่ไม่มีเงินอุดหนุนการดูแลเด็กอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์

การใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าสองในสามของกิจกรรมทางเศรษฐกิจเติบโตที่อัตรา 3.3% หลังจากเพิ่มขึ้นที่ 2.0% ในไตรมาสที่สาม ขณะที่ การซื้อยานยนต์ที่ลดลงซึ่งหายากเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลก ถูกชดเชยด้วยการใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับศูนย์กีฬา สวนสาธารณะ โรงละคร และพิพิธภัณฑ์

อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นที่อัตรา 6.9% สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 1981 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่เฟดตั้งไว้ที่ 2% ส่งผลให้รายได้ครัวเรือนลดลงในอัตรา 5.8% ซึ่งจำกัดการใช้จ่ายของผู้บริโภคด้วย

อย่างไรก็ตาม ภาคครัวเรือนยังคงได้รับเงินออมจำนวนมหาศาลมูลค่าราว 1.34 ล้านล้านดอลลาร์ ค่าจ้างเพิ่มขึ้นในอัตรา 8.9% ก่อนการปรับอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งสะท้อนถึงตลาดแรงงานที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างเฉียบพลัน โดยมีตำแหน่งงานว่าง 10.6 ล้านตำแหน่ง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน

ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีปัญหาตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าในปีนี้ เศรษฐกิจจะเติบโตได้มากกว่า 4% “ปีนี้อาจเป็นปีที่ดียิ่งขึ้นสำหรับภาคเศรษฐกิจ” Scott Hoyt นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Moody’s Analytics กล่าว “การเติบโตจะชะลอตัวและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นทุกเดือนทำให้เศรษฐกิจน่าจะใกล้การจ้างงานเต็มที่และอัตราเงินเฟ้อจะเข้าใกล้เป้าหมายของเฟดภายในสิ้นปีนี้”

แหล่งข่าว Fiscal stimulus powers U.S. economy in 2021 to its best performance since 1984 โดย Reuters

COMMENTS

WORDPRESS: 0
DISQUS: 0