SEARCH

ปีหน้าลงทุนอะไรดี

แนวโน้วของธนาคารกลางชั้นนำกับการต่อสู้เงินเฟ้อ
หุ้นไทยเคลื่อนไหวแดนลบปิด 1,640.54 จุด ร่วง 12.19 จุด
ส.อ.ท.หวั่นค่าเงินทะลุ 39 บาท จับตาทิศทาง “กนง.” ขึ้นดอกเบี้ย

ปีหน้าลงทุนอะไรดี

ปีนี้จัดเป็นปีที่ลงทุนยากมาก เพราะมีตราสารทุนน้อยประเภทที่ลงทุนแล้วได้กำไร ไม่ว่าจะเป็น หุ้นไทย หุ้นโลก หุ้นเมกะเทรนด์ หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ยกเว้นก็แต่เงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ ตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาน้ำมันดิบ
ในฝั่งของหุ้น นับจากต้นปีตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่ให้ผลตอบแทนติดลบถึง -24% ในขณะที่ตลาดพัฒนาแล้วติดลบ -18% ในจำนวนตลาดหุ้นทั้งหมด มีแค่ 13 ตลาดที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก และมี 2 ตลาดเท่านั้น ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อโลกที่ 7.4%

อย่างที่ทราบกันดี ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดแรงเทขายในตลาดทุนทั่วโลก มาจากเงินเฟ้อสหรัฐที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี ส่งผลให้เฟดต้องปรับดอกเบี้ยขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งด่วน แบบไม่เคยทำมาก่อนในประวัติศาสตร์ รวมทั้งสงครามรัสเซียยูเครนที่ยืดเยื้อ และมาตรการโควิดที่ยังคงเข้มงวดของจีน ถึงแม้เริ่มมีการผ่อนคลายบ้างแล้ว

ในสถานการณ์แบบนี้ นักลงทุนควรจะทำอย่างไรดี?

ผมเชื่อในทฤษฎีการลงทุนระยะยาว และมองว่าราคาสินทรัพย์หลายประเภทในตลาดทุนโลก เริ่มเข้าสู่จุดที่น่าลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นสหรัฐ หุ้นเทคโนโลยี หุ้นไทย หุ้นกู้เอกชน พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ โดยเฉพาะนักลงทุนที่มีระยะเวลาลงทุนมากกว่า 3 ปี น่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีมากได้

แต่สำหรับนักลงทุนที่เน้นลงทุนระยะ 6-12 เดือน ปีหน้าจะยังคงเป็นปีที่ท้าทาย เพราะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และหลายประเทศขนาดใหญ่มีโอกาสเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

COMMENTS

WORDPRESS: 0
DISQUS: 0