SEARCH

EE โฉมใหม่เต็มตัว|ออฟเรคคอร์ด

Nasdaq ร่วงลงรอบวันสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์หลังจากเฟดส่งสัญญาณ hawkish
วอลล์สตรีทปิดขึ้น 2% หลังตลาดพลิกกลับ สายเทคนิคยังหนุน
Bitcoin ยากที่จะพลิกกลับ

หุ้นเล็ก ที่สุดแซ่บว่าได้สำหรับ EE ที่พอพลิกโฉมช่วงปลายปี 2564 เป็นต้นมาจาก “โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก” รายได้มีแต่เติบโตไม่เร้าใจนักลงทุนพอ
ปรับหลังบ้านเปลี่ยนแผนธุรกิจ กระโดดเข้าสู่ ธุรกิจสายเขียว แม้จะไม่ใช่รายแรก แต่ วัดจาดความแรงของราคาหุ้น ไม่น้อยหน้าหุ้นสายเขียวรายอื่น ไม่งันคงไม่ได้เห็นจากราคาหุ้น “ต่ำบาท” มายืนที่เกือบ 2.30 บาท กลายเป็นหุ้น 3 เด้ง !!

ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงมี “ทุนใหม่” ขาเซียนเข้ามา ทุนเก่า “กลุ่มคอมลิงค์” ออกไป พ่วงปลอบใจนักลงทุนแจกวอร์แรนต์ฟรีให้อีก..สเต็ปมาขนาดนี้้แจ้งให้ทราบว่า หุ้นโฉมใหม่ มาแล้ว
ความแรงของราคาหุ้นและไม่หลุดแนวรับใหญ่ 2.00 บาท ทำให้เรียกความสนใจบรรดานักลงทุนสายเทรดดันวอลลุ่มน่าดู จนทำเอาโบรกต้องเข้ามาเช็คเรตติ้ง-ตรวจข้อมูล
จนมาจบเคาะ อัพราคา ขึ้นไปแตะ 3 บาทไปอีก !! มาพร้อมปลูก -ขาย- สกัด กัญชงเตรียมรับผลผลิตล็อตแรก เม.ย. นี้กันแล้ว

ส่วนไฮไลต์เด็ดประจำ เงินที่ยังเหลือระดับ 600 ล้านบาท หลังซื้อ “แคนนำบิส เวย์” มูลค่า 650 ล้านบาท จะเอาไปทำอะไรได้อีก
กลายเป็นหล่อ-สวยเลือกได้ ว่าจะ “ล้างขาดทุนสะสม” มาปันผล หรือ “ซื้อกิจการ” เพิ่มเติม มีแต่ใครๆ ก็อยากจะรู้ไปหมด
หุ้นไทยเริ่มมีแรงซื้อกลับ หลังร่วงลงมาแรง แต่ดูแล้วยังชะล่าใจไม่ได้ ต้องรอติดตามผลประชุมเฟดในช่วงเช้ามืดวันนี้ รวมทั้งจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน และในตะวันออกกลาง

“หุ้นแบงก์” ยังโชว์ฟอร์มดี รับธีมดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วน “หุ้นพลังงาน” เด้งรับราคาน้ำมัน หนุนหุ้นไทยมาปิดที่ 1,643.44 จุด เพิ่มขึ้น 4.35 จุด หรือ 0.27% ระหว่างวันแตะระดับสูงสุดที่ 1,649.82 จุด และระดับต่ำสุดที่1,642.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 85,449.43 ล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติซื้อ 277.07 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อ 221.76 ล้านบาท พอร์ตโบรกฯ ซื้อ 436.99 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อยขาย 935.81 ล้านบาท

บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ดิ่งแรง 8.57% ลงมาปิดที่ 9.60 บาท หลังเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วจากจุดขนถ่ายน้ำมันของบริษัทกลางทะเลมาบตาพุด จังหวัดระยอง แม้จะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และไม่กระทบต่อการเดินเครื่องของโรงกลั่น แต่ต้องรอฟังบริษัทชี้แจงอีกครั้งว่ามีอะไรเสียหายบ้าง

บรรดา “หุ้นสายเขียว” พร้อมใจบวกกันคึกคัก หลังการปลดล็อก “กัญชา” ออกจากบัญชียาเสพติดมีความคืบหน้าอีกขั้น หลังได้รับไฟเขียวจากบอร์ดป.ป.ส.เรียบร้อย เตรียมส่งต่อให้รมว.สาธารณสุขลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งดูแล้วทางสะดวก

ราคาหุ้นเลยขึ้นมารับข่าวทันที ทั้งบมจ.อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย (RBF) ปิด 18.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 1.61% ส่วนบมจ.ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) ไม่น้อยหน้า ปิด 11.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 3.67%

ที่สำคัญยังได้ลุ้นต่อ หากร่างพ.ร.บ.กัญชากัญชงผ่านสภาฯ เมื่อไหร่ คนไทยสามารถปลูกพืชสายเขียวเหล่านี้ในบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต

ถือเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงประกัน หลังกลุ่มบมจ.เครือไทย โฮลดิ้งส์ (TGH) ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ยอมยกธงขาวประกาศปิดกิจการ “อาคเนย์ประกันภัย” เซ่นพิษโควิด หลังที่ผ่านมาได้จ่ายสินไหมไปแล้ว 9.9 พันล้านบาท ฉุดราคาหุ้น TGH ดิ่งหนัก มาปิดที่ 20.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 10.87%

ส่วนความเคลื่อนไหวในวงการคริปโทฯ นอกจากต้องติดตามเรื่องการเก็บภาษี ล่าสุดมีสัญญาณคุมเข้มออกมาจากหน่วยงานกำกับดูแล “แบงก์ชาติ-ก.ล.ต.-คลัง” จ่อห้ามนำเหรียญต่างๆ ไปชำระค่าสินค้า และห้ามแพลตฟอร์มโฆษณาเรื่องนี้เด็ดขาด โดยจะเปิดเฮียริ่งถึง 8 ก.พ. นี้

กดดันหุ้นที่เกี่ยวข้องร่วงตามๆ กัน โดยเฉพาะกลุ่มที่จะทำ ICO Portal เพราะดูแล้วการออกโทเคนในอนาคตอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยบมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) ร่วง 12.40% ปิดที่ 2.26 บาท ด้านบมจ.คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH) ร่วง 3.95% ปิด 1.70 บาท ส่วนกลุ่มที่จะเปิดรับชำระด้วยคริปโทคาดไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่ได้จ่ายด้วยคริปโท

แหล่งข่าว EE โฉมใหม่เต็มตัว|ออฟเรคคอร์ด, 26 ม.ค. 2565

COMMENTS

WORDPRESS: 0
DISQUS: 0